Login
Sign in to continue to Roddee PRO
Continue with Google
Nissan Teana เจเนอเรชันที่ 3 หรือที่รู้จักกันในรหัสรุ่น L33 คือหนึ่งในความพยายามครั้งสำคัญของ Nissan ในการกลับมาทวงพื้นที่ในตลาดซีดานระดับพรีเมียมของประเทศไทย รถรุ่นนี้เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปี 2013 และทำตลาดถึงราว ๆ ปี 2020 โดยถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Toyota Camry และ Honda Accord ซึ่งเป็นสองแบรนด์เจ้าตลาดในขณะนั้น ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารที่หรูหรา และเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่ารุ่นก่อนหน้า (J32) อย่างชัดเจน ทำให้ Teana L33 กลายเป็นหนึ่งในรถที่น่าจับตาในช่วงเวลานั้น
แม้ว่า nissan teana L33 จะไม่ได้ครองส่วนแบ่งตลาดอย่างที่บริษัทหวังไว้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ความนิยมของแบรนด์คู่แข่งที่เหนียวแน่น และภาพลักษณ์ของ Nissan ที่มักถูกมองว่าเน้นไปที่ความคุ้มค่ามากกว่าความหรูหรา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถรุ่นนี้เป็นหนึ่งในซีดานที่ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล สบาย และมาพร้อมออปชันแน่น ๆ ในราคาที่สมเหตุสมผล
ในตลาดรถมือสองปัจจุบัน nissan teana l33 กลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่มองหารถซีดานขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมโดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป จุดเด่นอย่างช่วงล่างที่นุ่ม แน่น เครื่องยนต์ที่ให้กำลังดีพอสำหรับการใช้งานในเมืองและเดินทางไกล รวมถึงระบบอำนวยความสะดวกภายในที่ครบครัน ทำให้ Teana L33 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าคบหา
สำหรับใครที่อยากได้รถซีดานที่ให้ทั้งความหรู ความคุ้ม และความสบายในราคาเอื้อมถึง บทความนี้จะพามาเจาะลึก Nissan Teana L33 ว่ามีจุดแข็งอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ ข้อดีข้อเสียมีอะไรที่ควรระวัง และควรเลือกรุ่นย่อยไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด ติดตามอ่านกันต่อได้ในบทความนี้

นิสสันเทียน่า L33 มีพื้นฐานมาจากแพลตฟอร์มของ Nissan Altima ที่ทำตลาดในอเมริกาเหนือ แต่ถูกปรับแต่งและพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทยของเรา โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับความสบายในการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร และความนุ่มนวลของช่วงล่าง
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Teana L33 คือโครงสร้างตัวถังที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมจากเวอร์ชันอเมริกัน ซึ่งส่งผลให้การขับขี่มีความมั่นคงมากขึ้นโดยเฉพาะในความเร็วสูงและการเข้าโค้ง ส่วนระบบกันสะเทือนก็มีการปรับเซตใหม่หมด ช่วยให้รถคันนี้ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่นุ่มแต่ยังคงความหนึบแน่น ต่างจากรถซีดานญี่ปุ่นทั่วไปที่มักจะเน้นความนุ่มเพียงอย่างเดียว
ในด้านของการเก็บเสียง Nissan ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน มีการเพิ่มฉนวนกันเสียงรอบคัน ทั้งบริเวณห้องเครื่อง ฝาประตู พื้นรถ และซุ้มล้อ ช่วยให้บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือขับในเมืองที่มีเสียงรบกวนมาก
สำหรับขุมพลังของ l33 teana ในไทยวางเครื่องยนต์เบนซินไว้ 2 ทางเลือกคือ 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปทั้งในเมืองและนอกเมือง ทั้งสองเครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ X-tronic CVT ซึ่งเป็นเกียร์ที่ Nissan ใช้ในรถหลายรุ่นมายาวนาน ได้รับการออกแบบให้รองรับแรงบิดได้สูง การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลและตอบสนองได้ดีในชีวิตประจำวัน
แม้จะผ่านเวลามาหลายปีแต่เทคโนโลยีและงานวิศวกรรมที่ใส่ลงใน Teana L33 ยังคงน่าประทับใจ รถรุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าใช้ไม่น้อยเมื่อมองในมุมของรถมือสอง

Nissan Teana L33 รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส MR20DE เป็นเครื่องยนต์บล็อก 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว 1,997 ซีซี กำลังอัด 10.0:1 หัวฉีด EGI กล่องสมองกล ECCS พร้อมระบบแปรผันวาล์ว CVTC ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
เครื่องยนต์ nissan รุ่นนี้บรรจุอยู่ในหลายรุ่นย่อยของ Teana L33 เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงในไทย ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด ดูแลง่าย ไม่จุกจิก แม้ว่าพละกำลังที่ทำได้อาจจะดูน้อยไปนิด ทำให้สมรรถนะของรถไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควรแต่ก็แลกมาด้วยความทนทานและความเรียบง่าย ทำให้เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นช่างทั่วไปมักซ่อมได้ หากดูแลเป็นอย่างดี เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร MR20DE สามารถใช้งานได้ทะลุ 100,000 กม. โดยไม่มีปัญหาใหญ่ที่น่าปวดใจ
Nissan Teana L33 รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส QR25DE เป็นเครื่องยนต์บล็อก 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว 2,488 ซีซี กำลังอัด 10.0:1 มีระบบแปรผันวาล์ว CVTC ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 234 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที เครื่องยนต์บล็อกนี้มีการปรับปรุงชิ้นส่วนสำคัญเช่นลูกสูบและโครงสร้างบล็อกเครื่องเพื่อเพิ่มความทนทานและลดปัญหาที่เคยเกิดในรุ่นเก่า ๆ เป็นเครื่องยนต์ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 300,000 กม. ถ้าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แต่ถ้าถูกใช้งานหนักหรือได้รับการดูแลไม่สม่ำเสมอ ปัญหาก็อาจเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ระยะทางประมาณ 100,000 กม.
หม้อน้ำของ Nissan Teana L33 มีแนวโน้มที่จะเกิดการอุดตันจากทั้งสิ่งสกปรกภายนอก เช่น ฝุ่น เศษแมลง และคราบตะกรันสะสมภายในท่อระบายความร้อน เมื่อเวลาผ่านไปจะส่งผลให้การถ่ายเทความร้อนทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เครื่องยนต์จึงเริ่มร้อนเกิน และถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่ล้างหม้อน้ำตามระยะ อาจส่งผลให้ฝาสูบเสียรูปหรือปะเก็นฝาสูบชำรุดได้
ควรล้างระบบหม้อน้ำทุก ๆ 50,000 – 60,000 กม. หรือเป็นไปได้คือปีละ 1 ครั้งโดยใช้น้ำยาล้างระบบที่เหมาะสม และควรเติมน้ำยาหล่อเย็นที่มีคุณภาพเท่านั้น หลีกเลี่ยงการเติมน้ำเปล่าล้วน เพราะจะเร่งการเกิดตะกรันภายในระบบ
อีกหนึ่งปัญหาคือปะเก็นฝาวาล์วรั่ว ซึ่งมีโอกาสเจอได้หลังจากผ่านการใช้งานไปนานราว 5 – 7 ปี ยางปะเก็นฝาวาล์วมักจะแข็งกรอบตามอายุการใช้งานทำให้เกิดการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ซึ่งในกรณีของ Teana L33 น้ำมันอาจไหลลงไปในหลุมหัวเทียน ส่งผลให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ เครื่องเดินไม่เรียบ สะดุด หรือไฟเครื่องโชว์
สัญญาณเตือนคือมีกลิ่นไหม้เบา ๆ ภายในห้องเครื่อง มีควันขาวจากฝากระโปรง เครื่องสั่นเมื่อเดินเบา หรือมีคราบน้ำมันในบริเวณคอยล์หัวเทียน แก้ไขได้ด้วยเปลี่ยนปะเก็นฝาวาล์ว และหากน้ำมันเข้าหัวเทียน ควรตรวจเช็กคอยล์และหัวเทียนร่วมด้วย เพราะอาจเสียหายจากการเปียกน้ำมัน

นิสสัน เทียน่า L33 ทั้ง 2 เครื่องยนต์ที่ขายในไทยมาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ X-tronic CVT ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ขับขี่ โดยเฉพาะในเรื่องของความนุ่มนวล ความประหยัด และการตอบสนองในเมือง หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เกียร์ CVT ของ Teana L33 สามารถใช้งานได้ถึง 150,000 กม. หรือมากกว่าโดยไม่แสดงอาการผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ระบบเกียร์ X-tronic CVT เสียหายเร็วกว่าที่ควรส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการขับขี่ เช่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถมือสอง ผู้ซื้อควรตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาให้ชัดเจน เพราะความเสียหายที่เกิดกับเกียร์ CVT มักเป็นแบบค่อย ๆ สะสมไปทีละนิด กว่าจะเห็นอาการชัด ๆ ก็อาจเข้าสู่ช่วงที่ต้องรื้อเกียร์ทั้งลูกมาโอเวอร์ฮอลแล้ว
เกียร์ CVT ใน Teana ใช้ระบบกรองหลายชั้นเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกจากการสึกหรอของชิ้นส่วน เริ่มจากตัวกรองหยาบที่อยู่ในอ่างเกียร์ แม่เหล็กดักเศษโลหะที่ก้นอ่าง และตัวกรองละเอียดที่อยู่แยกออกมาติดกับห้องเกียร์ใกล้ชุดแลกเปลี่ยนความร้อน ชิ้นส่วนเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบ และหลีกเลี่ยงความเสียหายสะสม
แม้ทางผู้ผลิตไม่ได้กำหนดระยะเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ของรถยนต์ nissan teana ที่แน่นอนแต่จากประสบการณ์ผู้ใช้ทั่วไปและช่างมืออาชีพ แนะนำให้เปลี่ยนทุก 60,000 – 80,000 กม. หรือทุก 3 ปี เพื่อให้เกียร์อยู่กับรถไปนาน ๆ

หนึ่งในจุดแข็งที่ผู้ใช้หลายคนพูดถึงเมื่อพูดถึง Nissan Teana L33 คือความนุ่มและความหนึบของระบบกันสะเทือน ซึ่งไม่ใช่คำโฆษณาเกินจริงแต่อย่างใดเพราะรถรุ่นนี้ถูกปรับจูนมาอย่างละเอียดเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ในตลาดเอเชียรวมถึงไทย ที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการเดินทาง แต่ก็ยังต้องการการควบคุมที่มั่นคงในทุกสภาพถนน
Teana L33 ที่ได้รับการเสริมความแข็งแรงของชิ้นส่วนช่วงล่าง มีการปรับสปริงกับโช้คอัพให้แข็งขึ้นเล็กน้อยจากเวอร์ชันอเมริกัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงและลดอาการโคลงในขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนเร็ว ๆ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งค้ำโช้คหน้าเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างช่วงล่างอีกระดับ
กันสะเทือนด้านหลังเป็นระบบกันแบบมัลติลิงก์ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ที่นุ่มนวล พร้อมทั้งให้ความนิ่งและเกาะถนนในช่วงความเร็วสูง บูชยางในระบบช่วงล่างก็ได้รับการปรับปรุง โดยเฉพาะบูชของระบบบังคับเลี้ยวที่ช่วยให้ควบคุมทิศทางได้แม่นยำขึ้นแม้ในสถานการณ์ที่รถต้องรับภาระหนัก เช่น บรรทุกคนเต็มคันหรือเข้าโค้งแรง ๆ
โดยทั่วไประบบกันสะเทือนของ Teana L33 สามารถใช้งานได้โดยไม่มีปัญหาจนถึงระยะทาง 100,000 กม. หรือมากกว่านั้น แต่ก็มีบางจุดที่ควรเริ่มตรวจสอบตั้งแต่ระยะประมาณ 80,000 กิโลเมตร ได้แก่ เบ้าโช้คอัพหน้าซึ่งอาจเริ่มมีเสียงดังหรือความรู้สึกกระด้างผิดปกติ และบูชยางพวงมาลัยที่อาจเริ่มแข็งตัวทำให้พวงมาลัยรู้สึกหลวมหรือไวเกินไป
ข่าวดีคือชิ้นส่วนต่าง ๆ ในระบบช่วงล่างของ Teana สามารถเปลี่ยนแยกกันได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนยกชุดเหมือนรถบางรุ่น ทำให้ค่าซ่อมหรือค่าดูแลรักษาในระยะยาวอยู่ในระดับที่จับต้องได้ และไม่ทำให้เจ้าของรถปวดหัวโดยไม่จำเป็น
พวงมาลัยของ Teana L33 เป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียน (Rack and Pinion) ที่ให้ความแม่นยำและตอบสนองได้ดี ซึ่งโดยรวมถือว่าทนทานมาก ไม่มีรายงานปัญหาสำคัญจากผู้ใช้ทั่วไป ส่วนข้อต่อลูกหมากก็แสดงให้เห็นถึงความทนทานที่ดี แม้จะใช้งานในสภาพถนนขรุขระก็ตาม
จุดเดียวที่ถูกพูดถึงบ่อยคือผ้าเบรกหน้าที่มีอายุการใช้งานสั้นกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน โดยมักจะต้องเปลี่ยนตอนระยะ 30,000 กม. โดยเฉพาะหากใช้งานในเมืองที่ต้องเบรกบ่อย ๆ หรือขับรถด้วยความเร็วแล้วหยุดกะทันหันเป็นประจำ
ในด้านโครงสร้างภายนอก Nissan Teana L33 ใช้เทคโนโลยีการเคลือบกันสนิมแบบแกลวานิกสองด้านซึ่งหมายถึงการเคลือบสังกะสีทั้งด้านนอกและด้านในของแผ่นเหล็กตัวถัง โดยมีความหนาราว 10–12 ไมครอน ช่วยชะลอการเกิดสนิมได้ดีในสภาพการใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานจริงโดยเฉพาะรถที่ขับทางไกลหรือใช้ความเร็วบนทางหลวงเป็นประจำ เศษหิน เศษทราย หรือสิ่งกระเด็นจากพื้นถนนอาจสร้างความเสียหายให้กับพื้นผิวสีได้ เมื่อสะเก็ดหินกระแทกลงบนตัวถังจนทะลุชั้นสีรองพื้นและชั้นเคลือบสังกะสีก็อาจนำไปสู่การเกิดสนิมได้หากไม่ได้รับการซ่อมแซม
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากผู้ใช้บางรายเกี่ยวกับปัญหาสีพองหรือหลุดล่อนโดยเฉพาะในบริเวณฝาท้าย ซึ่งแม้จะพบไม่บ่อยแต่หากเกิดขึ้นตัวแทนจำหน่ายของ Nissan มักจะรับผิดชอบด้วยการพ่นสีใหม่ให้ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน
สิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Teana L33 คือชิ้นส่วนโครเมียมที่ใช้ตกแต่งรอบคันไม่ว่าจะเป็นขอบหน้าต่าง ป้ายชื่อรุ่น หรือแถบตกแต่งที่มักจะลอกหรือหมองง่าย โดยเฉพาะในรถที่จอดกลางแดดนาน ๆ หรือไม่ได้เคลือบปกป้องไว้ตั้งแต่แรก

เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสารของ Nissan Teana L33 สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือความสบายทั้งจากวัสดุที่ใช้ การออกแบบเบาะ และการเก็บเสียงที่ทำได้ดีเกินมาตรฐานรถญี่ปุ่นทั่วไปในระดับเดียวกัน ภายในตกแต่งด้วยวัสดุที่ดูหรูพอสมควรไม่ว่าจะเป็นหนัง เบาะทรงใหญ่ พื้นที่วางขากว้าง ทั้งฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารตอนหลัง โดยเฉพาะเบาะหลังที่รองรับได้เต็มแผ่นหลังและเอนได้ ทำให้การเดินทางไกลไม่เมื่อยล้าง่าย
ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ในรถที่ดูแลดี ภายในยังดูเรียบร้อยและคงสภาพได้ดีอย่างน่าประทับใจ จุดที่อาจเห็นร่องรอยการใช้งานชัดที่สุดคือเบาะหนัง ซึ่งอาจมีรอยย่นตามอายุการใช้งานแต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหรือหลุดลอกง่าย (ยกเว้นรถที่จอดกลางแดดบ่อย ๆ โดยไม่ใช้ม่านบังแดด)
หนึ่งในจุดที่ทำให้ Teana L33 ดูคุ้มเกินราคาในตลาดมือสองคืออุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาเกินหน้าคู่แข่งระดับเดียวกันหลายรุ่น รถรุ่นนี้ให้ระบบความปลอดภัยพื้นฐานมาครบตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เช่น ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมการทรงตัว VDC และถุงลมนิรภัยรอบคัน นอกจากนี้ยังมีระบบมัลติมีเดียใช้งานง่าย แม้จะไม่หวือหวาแบบจอสัมผัสยุคใหม่แต่มีฟังก์ชันที่จำเป็นครบทั้งวิทยุ เชื่อมต่อบลูทูธ กล้องมองหลัง และปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย

หากคุณกำลังมองหารถซีดานขนาดกลางมือสองที่นั่งสบาย ขับดี และให้ความรู้สึกหรูแบบไม่เว่อร์ Nissan Teana L33 คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งในด้านอุปกรณ์มาตรฐาน สมรรถนะ และความนุ่มนวลของช่วงล่าง อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ยังมีหลายจุดที่คุณควรรู้ไว้ล่วงหน้า เพื่อเลือกคันที่ใช่ และไม่ต้องตามแก้ปัญหาจุกจิกในภายหลัง

ถ้าคุณกำลังมองหาซีดานกลางที่นั่งสบาย อุปกรณ์ครบ และราคาจับต้องได้ Nissan Teana L33 ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะถ้าหาได้คันที่มีประวัติชัดเจน ระยะทางตรงตามจริง และไม่มีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์หรือเกียร์ CVT สิ่งสำคัญคือต้องไม่มองข้ามการตรวจเช็กก่อนซื้อทั้งเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และระบบช่วงล่าง พร้อมเตรียมงบไว้สำหรับการดูแลตามระยะ โดยเฉพาะน้ำมันเกียร์ CVT ที่ควรเปลี่ยนสม่ำเสมอ
ถ้าเลือกคันที่ดีและดูแลถูกวิธี L33 nissan teana มือสองจะตอบแทนคุณด้วยความนุ่ม เงียบ ขับดี และใช้งานได้อีกยาว ๆ อย่างสบายใจ ข้อเดียวที่ต้องจำไว้คือถ้าเกียร์ CVT เริ่มมีอาการแปลก ๆ เช่น กระตุก หรือส่งกำลังไม่ราบรื่น รีบพาไปให้ช่างเช็กทันที ยิ่งเจอเร็ว ซ่อมง่ายและประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าคุณเข้าใจรถรุ่นนี้และพร้อมดูแลตามที่มันต้องการ Teana L33 มือสองคือรถที่ดีและยังดูภูมิฐานได้อีกหลายปี
เรารวบรวมประกาศขายจาก Facebook Marketplace, Kaidee, One2Car และ TaladRod มาไว้ในที่เดียว
เปรียบเทียบราคา ดูประเภทผู้ขาย แล้วเลือกคันที่ตรงใจคุณได้ง่ายๆ
เช็คนิสสัน เทียน่า L33 ในไทยได้ที่นี่ → nissan teana มือสอง