Login
Sign in to continue to Roddee PRO
Continue with Google
รถซูบารุได้ชื่อว่าแบรนด์รถยนต์ที่เป็นตัวแทนของนิยาม “ความน่าเชื่อถือแบบญี่ปุ่น” รถยนต์ Subaru ทุกรุ่นสะท้อนจิตวิญญาณที่มุ่งเน้นพัฒนารถยนต์คุณภาพสูง ขับสนุก มีความทนทาน เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยสูง Subaru พัฒนารถเก๋งและรถ SUV คุณภาพเยี่ยมออกสู่ตลาดมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Forester รุ่นที่ 3 ที่เป็นการปฏิวัติทั้งในด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และระบบขับเคลื่อนจากรุ่นก่อนหน้าแบบพลิกฝ่ามือ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ทะมัดทะแมงตามแบบฉบับรถ SUV เต็มตัว ขนาดที่ใหญ่โตขึ้น เครื่องยนต์ทรงพลังมากขึ้น ช่วงล่างที่ปรับเซตมาอย่างดี ความสามารถในการลุยที่ดีขึ้น รวมทั้งใส่เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยมาครบครัน
สำหรับประเทศไทย Forester เจเนอเรชันที่ 3 พบเห็นได้น้อยเนื่องจากเป็นรถนำเข้าและมีราคาสูง เช่นเดียวกับตลาดมือสองที่มีให้เห็นแทบจะนับคันได้ การเป็นเจ้าของ suv subaru forester รุ่นนี้จึงไม่ง่าย อย่างไรก็ตาม Forester เจเนอเรชันที่ 3 ก็เป็นรถที่มีสมรรถนะดีและมีความทนทานตามมาตรฐานญี่ปุ่น เครื่องยนต์ boxer ของ Subaru ช่วยให้ SUV คันนี้ยังเป็นตัวเลือกน่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้รถ SUV แกร่ง ๆ ที่ไม่ตามกระแส
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงจุดเด่น ข้อดี-ข้อเสีย ปัญหาที่พบ ของ Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 ดูว่ามีจุดไหนบ้างที่ต้องระวัง และดูว่ารถรุ่นนี้ยังคุ้มค่าที่จะซื้อมือสองหรือไม่

Subaru Forester เจน 3 มีรหัสตัวถังว่า SH เปิดตัวในปี 2008 และทำตลาดถึงปี 2013 มีการปรับโฉม 1 ครั้งในปี 2011 ทีมการตลาดของ Subaru วางเป้าหมายให้ SUV รุ่นนี้เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้งานได้จริง ภายในกว้างขวาง และมีสมรรถนะที่เชื่อถือได้ จุดเด่นของ Forester รุ่นนี้คือขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูทะมัดทะแมงในแบบรถ SUV และใช้เครื่องยนต์ Boxer แบบไม่มีระบบอัดอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ SUV รุ่นนี้เป็นรถที่ทนทาน ดูแลง่าย และไม่จุกจิก

Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 เปิดตัวมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากรุ่นก่อนหน้า ทำให้มีคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือตามมาในกลุ่มผู้ใช้ โดยบางคนยกย่อง Forester เจน 3 ว่าเป็นรถที่ดี ทนทาน ลุยออฟโรดได้จริง และมีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถขับขี่ได้ 300,000 – 400,000 กม. โดยไม่มีปัญหาใหญ่ ขณะที่ผู้ใช้บางกลุ่มโต้แย้งว่าคุณภาพงานประกอบลดลงจาก Forester รุ่นก่อนหน้าและดูพรีเมียมน้อยลง
สนิมกับโครงสร้างที่ไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร เป็น 2 ประเด็นหลักที่เจ้าของ Forester เจน 3 พูดถึงบ่อยที่สุด บางคนใช้งานแล้วไม่เจอปัญหาอะไร แต่หลายรายก็ประสบกับปัญหาแบบจริงจังจนต้องซ่อมหรือปรับแต่งเพื่อเสริมความแข็งแรงเพิ่มเติม
ปัญหาเรื่องสนิมเกิดขึ้นได้ง่ายในบริเวณตัวถังส่วนล่าง เช่น ขอบประตู ซุ้มล้อ และพื้นใต้ท้องรถ โดยเฉพาะคันที่ปล่อยปละละเลยและไม่ค่อยดูแล ถ้าปล่อยให้แผ่นพลาสติกครอบซุ้มล้อสะสมเศษโคลนหรือความชื้นนาน ๆ จะยิ่งเร่งให้เกิดการกัดกร่อนเร็วขึ้น บางคันที่ดูแลไม่ดีอาจพบสนิมกินจนทะลุเป็นรูใหญ่บริเวณซุ้มล้อหลังหรือขอบประตู ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง การหมั่นล้างทำความสะอาดใต้ท้องรถและตรวจเช็กสภาพแผ่นครอบพลาสติกจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่ใช้หรือคิดจะซื้อ Forester เจเนอเรชันที่ 3
อีกปัญหาหนึ่งที่พบใน Forester เจเนอเรชันที่ 3 คือโครงสร้างตัวถังที่ค่อนข้างเปราะบาง โดยเฉพาะคันที่ใช้งานสมบุกสมบัน หรือเจอการกระแทกบ่อย ๆ เช่น การปีนขอบถนนแรง ๆ หรือขับลุยหลุมบ่อ ตัวถังอาจบิดตัวจนทำให้ปิดประตูหลังไม่สนิท หรือในบางกรณีรุนแรงถึงขั้นเกิดรอยแตกร้าวรอบขอบประตูและฝากระโปรงหลัง นอกจากนี้บางคันยังเจอรอยพับหรือรอยบิดเบี้ยวที่โครงตัวถังด้วย
แนวทางแก้ไขที่ได้ผลคือการติดตั้งชุดโครงเสริมความแข็งแกร่งในจุดสำคัญ เช่น โครงเสริมใต้ช่วงล่างด้านหลัง ติดตั้งค้ำล่าง หรือติดตั้งค้ำโช้คหน้าเพื่อช่วยลดการบิดตัวของโครงสร้างตัวถัง ทำให้รถทนต่อแรงบิดตัวได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับคนใช้รถแบบลุยทางสมบุกสมบันหรือต้องรับน้ำหนักมาก ๆ เป็นประจำ

Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 มีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งเบนซินธรรมดาและเบนซินเทอร์โบ ซึ่งแต่ละเครื่องยนต์มีจุดแข็งและจุดอ่อนต่างกัน ใครสนใจ SUV รุ่นนี้ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเพื่อจะได้เลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานและเข้าใจข้อควรระวังไว้แต่เนิ่น ๆ
Forester เจเนอเรชันที่ 3 รุ่นก่อนปรับโฉม ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส EJ20 ความจุ 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ เครื่องยนต์รุ่นนี้ทนทานและเชื่อถือได้ จุดเด่นคืออึด ทน ซ่อมง่าย แต่ข้อเสียคือกำลังแรงม้าและแรงบิดไม่สูงนัก ทำให้มีอัตราเร่งค่อนข้างอืดและมีแนวโน้มเจอปัญหากินน้ำมันเครื่องหากละเลยการดูแล นอกจากนี้ หม้อน้ำที่สกปรกหรือไม่เคยได้ล้างเลยอาจทำให้เกิดอาการอุดตัน ทำให้เครื่องเกิดความร้อนสูงได้ จึงควรตรวจสอบระบบหล่ออยู่เย็นเสมอ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามรอบที่แนะนำ (ทุก 7,500 กม. หรือเร็วกว่านั้นถ้าใช้งานหนัก)
ปี 2011 Subaru ทำการปรับโฉม Forester เจเนอเรชันที่ 3 และเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส EJ25 ความจุ 2.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ ที่พัฒนาใหม่โดย เครื่องบล็อกนี้ใช้เพลาลูกเบี้ยวแบบเดี่ยว (SOHC) เพื่อให้เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น และมีแรงบิดช่วงต้นดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เครื่อง EJ25 มีประวัติเรื่องปัญหาปะเก็นฝาสูบรั่ว เจอบ่อยในรถที่ใช้งานในสภาพอากาศร้อนหรือใช้งานหนักต่อเนื่อง อาการที่พบบ่อยคือเครื่องยนต์ร้อนเกินจนเริ่มกินน้ำในหม้อน้ำ หรือมีควันไอเสียขาว การป้องกันทำได้ด้วยการหมั่นเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำและระบบระบายความร้อน และอย่าละเลยสัญญาณผิดปกติต่าง ๆ

สำหรับสายขับสนุก Forester เจเนอเรชันที่ 3 รุ่น XT มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังแรงม้าและแรงบิดสูง ขับสนุกเร้าใจ แต่แลกมากับต้นทุนการดูแลที่สูงกว่าเครื่อง NA อีกข้อควรรู้คือคนใช้เครื่องยนต์เทอร์โบควรต้องให้ความสำคัญกับน้ำมันเครื่องมาก ๆ ถ้าน้ำมันเครื่องขาดหรือใช้ของคุณภาพไม่ดีก็อาจเป็นต้นเหตุให้เทอร์โบพังเร็ว ตามมาด้วยค่าซ่อมที่สูงเอาเรื่อง ดังนั้นถ้าจะเล่นรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ การบำรุงรักษาต้องไม่ขาดตกบกพร่อง เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ (แนะนำ 5,000 – 7,000 กม.) และใช้น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์แท้มาตรฐาน API SN ขึ้นไป อายุการใช้งานโดยทั่วไปของเครื่องเทอร์โบอยู่ราว 150,000 กม. แต่ถ้าดูแลดีสามารถลากได้ไกลกว่านั้น
เครื่องยนต์ของ Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 รุ่นปรับโฉมใช้ลูกสูบน้ำหนักเบาและแหวนลูกสูบที่เล็กลง เมื่อใช้งานไปถึงหลักแสนกิโลเมตร อาจเจอปัญหากินน้ำมันเครื่อง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากซีลลูกสูบที่ไม่แน่นพอ ถ้าไม่รีบตรวจเช็กและทำการแก้ไขปัญหานี้อาจบานปลายจนต้องเปลี่ยนแหวนลูกสูบ หรือร้ายแรงที่สุดคือเครื่องพัง ต้องยกเครื่องใหม่ ดังนั้นเจ้าของรถ Forester รุ่นนี้ต้องขยันเช็กระดับน้ำมันเครื่องอยู่เสมอ เติมให้เต็มและเปลี่ยนตามรอบ เพื่อลดความเสี่ยงความเสียหายร้ายแรง
Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด จะจับคู่กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เน้นความทนทานและเหมาะกับการใช้งานหนัก เช่น ออฟโรดหรือขึ้นเขา เพราะมีอัตราทดต่ำที่ช่วยลดภาระคลัทช์ ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย ๆ เมื่อเจอเส้นทางยาก
ส่วนเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แม้จะไม่นุ่มนวลเท่าเกียร์ใหม่ ๆ ในยุคนี้ แต่ก็มีจุดเด่นที่ความเรียบง่ายและทนทานมาก ถ้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามกำหนดทุก 40,000 – 60,000 กม. ก็สามารถใช้งานเกียร์ลูกนี้ได้ยาว ๆ ถึง 200,000 กม. โดยไม่มีปัญหาใหญ่ แต่ถ้าเจ้าของรถละเลยเรื่องการบำรุงรักษา เกียร์อาจเสื่อมเร็วจนต้องยกเกียร์ใหม่ซึ่งค่าใช้จ่ายไม่ถูกอย่างแน่นอน
Forester เจเนอเรชันที่ 3 เกียร์ธรรมดาหลายคันเมื่อเลขไมล์เกิน 150,000 – 170,000 กม. มักเริ่มมีเสียงที่ลูกปืนปล่อยคลัทช์หลวม หรือคลัตช์เริ่มหมด ต้องเปลี่ยนชุดคลัทช์ใหม่ ซึ่งเป็นงานซ่อมปกติในรถที่ใช้งานมานาน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้ามีงบเผื่อไว้
Forester เจเนอเรชันที่ 3 มีทั้งรุ่นพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก (รุ่นปีต้น ๆ) และพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (รุ่นปีหลัง ๆ) ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แร็คพวงมาลัยไฮดรอลิกมีแข็งแรงกว่า ทนต่อการใช้งานหนักได้ดี แต่ต้องคอยดูแลน้ำมันพวงมาลัยให้สะอาด ส่วนแร็คพวงมาลัยไฟฟ้ามีจุดเด่นที่ความเบาสบาย ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น แต่ในรุ่นปีแรก ๆ ที่ใช้แร็คไฟฟ้าก็มีปัญหาเรื่องเสียงดังตอนหมุนพวงมาลัย และในบางกรณีดจอปัญหาถึงขั้นแร็คพวงมาลัยรั่วซึม ตอบสนองไม่ดี จนต้องเปลี่ยนแร็คใหม่ยกชุด
อีกปัญหาที่เจอได้คือเซนเซอร์แรงบิดในแร็คไฟฟ้าพัง ทำให้รู้สึกว่าพวงมาลัยหนักเบาไม่เท่ากัน หรือหมุนพวงมาลัยแล้วมีอาการสะดุด การแก้ไขต้องเปลี่ยนเซนเซอร์หรือแร็คใหม่ ขึ้นอยู่กับอาหารที่พบและความเสียหาย

Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 (SH) อาจไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบไปทุกด้านแต่ก็ไม่ใช่รถที่ต้องกังวล จุดเด่นของ suv subaru รุ่นนี้คือความเป็นรถที่ครบเครื่อง ใช้งานได้หลากหลาย ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ทัศนวิสัยดี ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ใจได้ และมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ เหมาะทั้งการขับในเมือง เดินทางไกลต่างจังหวัด หรือแม้แต่ลุยทางดินในชนบทแบบไม่เกี่ยงเส้นทาง นี่คือรถประเภทที่ทำให้คุณอยากออกเดินทางไกล อยากพารถขึ้นเขาลงห้วย ไปไหนก็ได้ที่ใจต้องการ เป็นเพื่อนร่วมทางที่มีชีวิตชีวามากกว่ารถ Crossover ญี่ปุ่นหลาย ๆ รุ่นในยุคเดียวกัน
แต่แน่นอนว่า Forester เจเนอเรชันที่ 3 ก็มีด้านที่ต้องระวังเหมือนกัน เช่น การบริโภคน้ำมันเครื่องมากกว่าปกติ (โดยเฉพาะรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์) ปัญหาปะเก็นฝาสูบรั่วในเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบ ปัญหาเกียร์อัตโนมัติในบางลอต และโรคประจำตัวอย่างสนิมที่ตัวถัง Forester เจเนอเรชันที่ 3 ไม่ใช่รถที่ซื้อแล้วขับอย่างเดียว แต่เจ้าของต้องดูแลเอาใจใส่และบำรุงรักษาตามรอบอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าคุณให้เวลากับ Forester เจเนอเรชันที่ 3 รถรุ่นนี้ก็พร้อมตอบแทนคุณด้วยความน่าเชื่อถือและความสนุกในการขับขี่
Forester เจเนอเรชันที่ 3 เป็น Crossover ญี่ปุ่นที่มาพร้อมคาแรกเตอร์บางอย่างที่น่าสนใจ เหมาะกับคนที่รักการขับรถ ชอบรถ SUV ญี่ปุ่นคุณภาพสูงและมีจิตวิญญาณของรถสายลุยอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งยังเหมาะกับคนที่ไม่กลัวเรื่องการบำรุงรักษา มีงบเตรียมพร้อมสำหรับการดูแลรถให้ดีอยู่เสมอ รวมถึงคนต้องการรถขับเคลื่อนสี่ล้อแท้ ๆ ที่ลุยได้จริงโดยไม่สูญเสียความสบายในชีวิตประจำวัน และเหมาะกับคนที่เบื่อ Crossover SUV ยุคใหม่ที่ดูเหมือน ๆ กันไปหมด ชอบความแตกต่าง อยากได้รถที่มีตัวตนชัดเจน
ถ้าคุณกำลังมองหารถ Crossover SUV ที่ขับออกจากเต็นท์แล้วใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องซ่อมหรือดูแลอะไรมากมาย Forester เจเนอเรชันที่ 3 อาจไม่ใช่ตัวเลือกดีที่สุด ตัวเลือกอย่าง Toyota RAV4 หรือ Honda CR-V อาจเหมาะกว่า เพราะเน้นความง่ายในการดูแลและการใช้งานแบบไม่จุกจิก
Forester เจเนอเรชันที่ 3 คือรถที่เน้นอารมณ์และการขับขี่มากกว่า อาจมีปัญหาจุกจิก ดูแลยาก หรือมีความไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็เป็นเหมือนนิสัยประจำตัวของ SUV รุ่นนี้ คนชอบก็คือชอบไปเลย ส่วนคนที่มองว่าเป็นรถที่ดูแลยากก็อาจไม่สนใจและมองข้ามไป
การเลือกซื้อ Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 มือสอง มีหลายอย่างที่ต้องพิจารณา เพราะรถรุ่นนี้มีทั้งจุดแข็งที่น่าหลงรัก และจุดอ่อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้าอยากได้รถที่ใช้งานได้ยาว ๆ และไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาจุกจิกภายหลัง นี่คือสิ่งที่ควรเช็กอย่างรอบคอบ
Subaru Forester เจเนอเรชันที่ 3 เป็นรถ Crossover SUV ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ดีกว่ารถญี่ปุ่นในยุคเดียวกันหลายรุ่น ขับสนุก ช่วงล่างหนึบ ลุยได้จริง และยังให้ความมั่นใจในทุกเส้นทาง ถือเป็นรถที่ยังคงน่าใช้แม้จะมีอายุเกิน 10 ปีไปแล้วก็ตาม แต่ต้องแลกมาด้วยความเอาใจใส่และการดูแลบำรุงรักษามากกว่ารถทั่วไปสักหน่อย ถ้าเลือกรถมือสองแนะนำว่าให้ดูคันที่ปีใหม่ ๆ และได้รับการดูแลมาอย่างดี แล้วคุณจะรับรู้ได้ว่า Crossover SUV ยังคงเป็นเพื่อนคู่ใจที่พาคุณไปได้ทุกที่ พร้อมกับมอบความรู้สึกมั่นใจทุกการเดินทาง
เรารวบรวมประกาศขาย subaru forester มือสอง จาก Facebook Marketplace, Kaidee, One2Car และ TaladRod มาไว้ในที่เดียว
เปรียบเทียบ subaru forester ราคามือสอง ดูประเภทผู้ขาย แล้วเลือกคันที่ตรงใจคุณได้ง่ายๆ
subaru forester มือสองมากมายรอคุณอยู่ที่นี่ →ค้นหา Forester เจน3
{"filters":{"hide_duplicates":true,"brand":{"label":"Subaru","value":"Subaru"},"models":[{"label":"Forester","value":"Forester"}],"source":[{"label":"Facebook","value":"Facebook"},{"label":"kaidee","value":"kaidee"}],"year":{"from":2007,"to":2013}},"location":{"lat":13.7563309,"lng":100.5017651,"radius":500,"name":"bangkok"},"labels":["กรุงเทพมหานคร, 500 km","ยี่ห้อ: Subaru","รุ่น: Forester","ปี: 2007-2013","แหล่งที่มา: Facebook, Kaidee, One2Car, TaladRod"]}