Login
Sign in to continue to Roddee PRO
Continue with Google
รถยนต์กลุ่ม C-Segment เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความนิยมในตลาด รถกลุ่มนี้ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลายทั้งในแง่ของขนาดตัวรถที่กำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ราคาไม่สูงจนเกินเอื้อม ให้สมรรถนะและฟีเจอร์ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งยังมีต้นทุนการดูแลรักษาที่ไม่สูงเกินไป
รถกลุ่มนี้ครองพื้นที่สำคัญในตลาดรถยนต์ทั้งใหม่และมือสองมาหลายปี มันคือรถ Daily use ของหลายคนที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ด้วยเหตุนี้ รถในกลุ่ม C-Segment จึงเป็นรถที่ผู้คนให้ความสำคัญกับเรื่องความทนทานในระยะยาว และมีสมรรถนะที่ไว้ใจได้แม้ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน ใช้งานง่าย เชื่อถือได้ และไม่เรื่องมาก
หนึ่งในตัวแทนที่โดดเด่นของรถยนต์กลุ่ม C-Segment คือ รถ ford โดยเฉพาะ Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 (Mk3) ที่ผลิตขึ้นระหว่างปี 2011 - 2019 นี่คือรถ Global Model วางจำหน่ายในหลายตลาดทั่วโลกและมีการออกแบบให้สอดคล้องกับรสนิยมและความต้องการของผู้ขับขี่จากหลากหลายภูมิภาค
รถฟอร์ด Focus Mk3 ได้รับความนิยมจากจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ที่ทันสมัย การควบคุมที่คล่องตัว ขับขี่สบาย และมีตัวเลือกหลากหลายทั้งแฮทช์แบ็กและซีดาน รวมถึงมีเครื่องยนต์ทั้งเบนซินและดีเซลหลายความจุให้เลือกใช้ตามความต้องการ แม้จะดูลงตัวและน่าใช้อย่างมากในวันที่ยังใหม่เอี่ยม แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีพร้อมกับเลขไมล์บนหน้าปัดที่ทะลุแสนกิโลเมตร หลายคนเริ่มพบว่ามันไม่ใช่รถที่ “ไร้ที่ติ” อย่างที่เคยคิด
บทความนี้จะพาไปเจาะลึก ford focus รุ่น 3 ดูข้อดี ข้อเสีย ปัญหาที่พบ รวมถึงคำแนะนำในการดูแลรักษาสำหรับคนที่กำลังมองหารถรุ่นนี้มือสองไปใช้งาน เพื่อคุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด

หนึ่งในจุดเด่นของ Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 คือคุณภาพของสีและการป้องกันการเกิดสนิมที่ถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน Focus Mk3 ใช้กระบวนการเคลือบสีที่ค่อนข้างหนา ทำให้สีรถค่อนข้างทนทาน และมีการป้องกันการกัดกร่อนจากโรงงานที่ดีพอสมควร ปัญหาที่พบได้บ่อยคือสีบริเวณฝากระโปรงหน้าและบริเวณเหนือกระจกบังลมหน้ามีแนวโน้มจะหลุดลอกได้ง่ายเพราะมักจะโดนเศษหินหรือฝุ่นทรายกระแทกอย่างต่อเนื่อง บริเวณรอยต่อระหว่างกันชนหน้ากับบังโคลนก็เป็นอีกจุดที่สีมักจะหลุดล่อน ซึ่งอาจเกิดจากแรงกระแทกเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการใช้งานประจำวันหรือจากการประกอบที่ไม่แน่นหนาเท่าที่ควร
อีกหนึ่งบริเวณที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือซุ้มล้อหลังและขอบพลาสติกตรงฝากระโปรงท้าย จุดเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดรอยแยกหรือรอยแตกเมื่อใช้งานไปนาน ๆ โดยเฉพาะถ้ารถเคยผ่านการชนท้าย หรือมีการบรรทุกของหนักในห้องสัมภาระบ่อยครั้ง
สิ่งที่เจ้าของรถหลายคนพบเจอคือ ขอบฝากระโปรงท้ายที่มักเสียดสีกับกันชนหลังเล็กน้อยทุกครั้งที่ปิด แม้จะดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ก็ทำให้เกิดความรำคาญและมีโอกาสเกิดรอยถลอกจากการเสียดสี ทำให้ชั้นเคลือบสีบางลงและอาจทำให้สีหลุดได้
โคมไฟหน้าก็เป็นอีกจุดที่พบปัญหาเพราะทำจากพลาสติกที่ค่อนข้างบางและเปราะ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะพบว่ามีรอยขีดข่วน ขุ่นเหลือง หรือเริ่มรอยแตกลายงา ทำให้รูปลักษณ์ของรถโดยรวมดูเก่าลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และการป้องกันความชื้น
แม้ว่า Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 จะมาพร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยมากขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า แต่ก็เจอปัญหาเรื่องความชื้นและน้ำเข้า ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับระบบไฟได้ไม่น้อย ปัญหาหนึ่งที่เคยถูกรายงานบ่อยคือ น้ำซึมเข้าไปในกล่อง ECU นี่เป็นปัญหาที่ค่อนข้างอันตรายเพราะอาจทำให้ ECU เสียหายได้ ส่งผลใหญ่ต่อการทำงานของเครื่องยนต์อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีกรณีของน้ำยาฉีดกระจกหน้ารถรั่วเข้าไปในโมดูลควบคุมตัวถังซึ่งมักอยู่ใกล้กับบริเวณแผงฟิวส์ด้านคนขับ ปัญหานี้จะนำไปสู่ความผิดปกติของระบบไฟหลายจุด เช่น ระบบไฟหน้า, ไฟเลี้ยว, หรือระบบเซ็นทรัลล็อก ทำให้ทำงานบกพร่องหรือเกิดอาการรวน

ฟอร์ด โฟกัส เจเนอเรชันที่ 3 เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เบนซิน 1.6 ลิตร กับ เบนซิน 2.0 ลิตร และไม่มีเครื่องดีเซลให้ใช้ จากนั้นมีการเปิดตัวเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Ecoboost มาแทนที่เบนซิน 2.0 ลิตร ตอนปรับโฉม Minorchange ปี 2016 ซึ่งได้การตอบรับที่ดีจากผู้ใช้จำนวนมาก
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ใน Focus เจเนอเรชันที่ 3 มีกำลัง 125 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 159 นิวตันเมตร เป็นเครื่องยนต์ที่มีจุดเด่นด้านความประหยัดที่ทำได้ดีกว่า Focus Mk2 มาก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองทั่วไป เครื่องยนต์ค่อนข้างทน ไม่ค่อยจุกจิก ดูแลง่าย แต่ปัญหาที่เจอคือเสียงดังตอนสตาร์ทใหม่ ๆ ซึ่งถือว่าไม่น่ากังวลมากนัก สิ่งสำคัญคือผู้ใช้ควรหมั่นตรวจเช็กเครื่องยนต์ตามระยะ ปรับตั้งวาล์ว ตรวจสภาพระบบหล่อเย็น สายพาน และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตร
เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ของ Focus เจเนอเรชันที่ 3 มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 202 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองที่กระฉับกระเฉงมากขึ้น ทำอัตราเร่งได้รวดเร็ว ขับสนุกมากขึ้น หากดูแลดี ๆ เครื่องยนต์รุ่นนี้จะไม่พบปัญหาใหญ่ที่น่ากังวล จะมีเพียงชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่เสื่อมสภาพตามเวลา เช่น ยางแท่นเครื่อง สายพานหน้าเครื่อง หัวเทียน ทั้งนี้ผู้ขับขี่ควรสนใจดูแลเรื่องของเหลวต่าง ๆ ควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะอย่าให้ขาด เครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาว ๆ ทะลุแสนกิโลเมตรแน่นอน
เครื่องยนต์ Ecoboost เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มากับคอนเซ็ปต์เครื่องความจุเล็กแต่ให้พละกำลังสูง ประหยัดน้ำมัน และปล่อยมลพิษต่ำ ติดตั้งใน Focus เจเนอเรชันที่ 3 รุ่น Minorchange ปี 2016 เครื่องยนต์รุ่นนี้มีเทอร์โบชาร์จมาช่วยปั่นไอดีเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้มีพละกำลังสูงถึง 180 แรงม้า พร้อมกับแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะได้ทั้งความแรงและความประหยัด แถมยังไม่พบปัญหาจุกจิกที่น่ากังวล หากใส่ใจดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ เช็กสภาพเครื่องยนต์อยู่เสมอ ก็สามารถใช้งานได้อีกยาว ๆ หลายปี

เกียร์ Powershift ที่ใช้กับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ประจำรุ่น Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 ผู้ใช้หลายคนพบปัญหาเกียร์ทำงานไม่ราบเรียบ มีเสียงดังครืดคราดตอนเปลี่ยนเกียร์ช่วงความเร็วต่ำ ส่วนมากจะเจอในช่วงการจราจรติดขัดหรือขึ้นทางลาดชัน อีกหนึ่งปัญหาคือซีลเกียร์รั่ว สาเหตุมาจากการใช้ชิ้นส่วนที่ไม่ได้คุณภาพ
เหตุที่เกียร์ Powershift เกิดปัญหามากมายแบบนี้มาจากโครงสร้างและการออกแบบที่บกพร่อง รวมถึงชุดคลัทช์ที่เป็นแบบแห้ง ทำให้ตอนทำงานจะมีเสียงดังกว่าเกียร์แบบคลัทช์เปียก ทำผู้ขับได้ยินเสียงการทำงานของกลไกในห้องเกียร์ได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกียร์ Powershift เกิดขึ้นเฉพาะกับ Focus เจเนอเรชันที่ 3 บางลอต ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นปัญหาคาราคาซังที่ผู้ใช้ต้องตามแก้ไม่จบ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และกรองเกียร์เป็นประจำสามารถลดความเสี่ยงของความเสียหายได้ แต่ถ้าต้องเลือกรถมือสอง ควรพิจารณาถึงปัญหานี้ให้ถี่ถ้วนและตรวจเช็กให้แน่ใจว่าเกียร์ไม่มีปัญหาเหล่านี้

ระบบกันสะเทือนของ Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 โดยรวมถือว่าทนทานและออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี เสถียรภาพของตัวรถขณะเข้าโค้งและความหนึบของช่วงล่างเป็นหนึ่งในจุดขายที่หลายคนชื่นชม อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้งานไปถึงช่วงหลักแสนกิโลเมตรก็เริ่มมีชิ้นส่วนบางจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
พวงมาลัยของ Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวล แม่นยำ และตอบสนองดี เนื่องจากเป็นระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS) ให้ความมั่นใจในการขับขี่ได้ดีทั้งในเมืองและทางไกล แต่ก็มีจุดอ่อนคือส่วนควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจเสียหายได้ง่ายหากเจอความชื้นมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น บูชพวงมาลัยหลวม หรือ เสียงดังจากรอกสายพาน ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงแต่ก็สร้างความรำคาญอยู่ไม่น้อย

Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 เป็นรถที่มีรูปลักษณ์สวยทันสมัยพร้อมบุคลิกเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครในกลุ่ม C-Segment มันอาจไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน แต่ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับฟีลลิ่งในการขับขี่ สิ่งที่ Focus Mk3 ทำได้ดีมากคือเรื่อง Handling ของรถ ช่วงล่างดี มีความแน่น กระชับ เกาะถนนดี เข้าโค้งแล้วรู้สึกมั่นใจ และมีหลากหลายรุ่นย่อยให้เลือกตามงบประมาณ แต่ในอีกด้านหนึ่งรถรุ่นนี้ก็มีจุดที่ควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังคิดจะซื้อฟอร์ดมือสองอย่าดูแค่รูปลักษณ์และสภาพภายนอก แต่ควรคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ด้วย
Ford Focus เจเนอเรชันที่ 3 เหมาะสำหรับคนที่ชอบขับรถและพร้อมจะดูแลรถให้เหมือนเพื่อนคู่ใจ มันต้องการความเอาใจใส่มากกว่ารถญี่ปุ่นหลายรุ่นในกลุ่มเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกแบบที่รถญี่ปุ่นบางรุ่นให้ไม่ได้ ถ้าคุณต้องการรถที่ Handling ดี ห้องโดยสารเงียบและนั่งสบาย ดีไซน์ไม่เชย แถมยังมีราคาในตลาดมือสองที่เข้าถึงง่าย Focus Mk3 ถือว่าคุ้มค่าถ้าได้คันที่เจ้าของเก่าดูแลดี แต่ถ้าคุณมองหารถแบบที่ใช้ขับอย่างเดียวโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก หรือไม่อยากยุ่งกับเรื่องจุกจิกพวกเครื่องยนต์ เกียร์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รถรุ่นนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด
เรารวบรวมประกาศขายจาก Facebook Marketplace, Kaidee, One2Car และ TaladRod มาไว้ในที่เดียว
เปรียบเทียบราคา ดูประเภทผู้ขาย แล้วเลือกคันที่ตรงใจคุณได้ง่ายๆ
เช็คราคารถฟอร์ด4ประตู (ซีดาน) และ 5 ประตู (แฮทช์แบ็ก) มือสองในประเทศไทยได้ที่นี่ → ค้นหา Ford Focus เจน 3
{"filters":{"hide_duplicates":true,"brand":{"label":"Ford","value":"Ford"},"models":[{"label":"Focus","value":"Focus"}],"source":[{"label":"Facebook","value":"Facebook"},{"label":"kaidee","value":"kaidee"}],"year":{"from":2012,"to":2019}},"location":{"lat":13.7563309,"lng":100.5017651,"radius":500,"name":"bangkok"},"labels":["กรุงเทพมหานคร, 500 km","ยี่ห้อ: Ford","รุ่น: Focus","ปี: 2012-2019","แหล่งที่มา: Facebook, Kaidee, One2Car, TaladRod"]}